ลวดสลิง 18×7 19×7 เกาหลี

ลวดสลิงเกลียว 18×7 และ 19×7 เป็นลวดสลิง Non-Rotating เหมาะกับงาน Tower Crane หรือใช้กับงานที่มีการยกแนวดิ่งในระยะที่สูงมาก

Catalogs

รายละเอียด

ลวดสลิง ที่ทาง ยู.ที.ลิฟท์ติ้ง เทค จำหน่าย สามารถสั่งตัดได้ตามขนาดที่ลูกค้าต้องการ หรือสั่งทำชุดลวดสลิง 1 ขา 2 ขา 3 ขา หรือ 4 ขา ด้วยเครื่องอัดปลอกสลิงจาก Sweden โดยสามารถให้วิศวกรจากทางเราคำนวณขนาดของลวดสลิงและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน

การวัดขนาดลวดสลิง

การวัดขนาดลวดสลิงที่ถูกต้อง ต้องใช้ Veneer Caliper ในการวัด และจะวัดในส่วนทีใหญ่ที่สุดของลวดสลิง ดังรูป

 

เกรดของลวดสลิง

ลวดสลิงนั้นถูกผลิดขึ้นจากลวดหลากหลายเกรด ซึ่งจะแบ่งตาม  จามความแข็งแรงของลวดที่นำมาใช้ผลิต เกรดของลวดสลิงจะมีดังต่อไปนี้

  • 1470 N/mm2 = 150 kgf/ mm2
  • 1570 N/mm2 = 160 kgf/ mm2
  • 1770 N/mm2 = 180 kgf/ mm2
  • 1960 N/mm2 = 200 kgf/ mm2
  • 2160 N/mm2 = 220 kgf/ mm2

 

เกลียวของลวดสลิง

ในลวดสลิงจะประกอบไปด้วยเกลียวของสลิง 2 ชั้น หรือมากกว่า โดยแต่ละโครงสร้างของลวดสลิงนั้นส่งผลต่อ ความทนทาน ดั้งนั้นการเลือกเกลียวของ ลวดสลิง นั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อที่จะยืดอายุการใช้งานของลวดสลิง โดยทั่วไปแล้วนั้น ลวดสลิงที่มีจำนวนของเส้นลวดมากและมีขนาดลวดเล็ก จะมีความทนทานต่อการเสียดสีน้อยกว่า ลวดสลิงที่มีขนาดเส้นลวดใหญ่แล้วจำนวนลวดน้อย ในทางกลับกัน ในลวดสลิงขนาดเดียวกัน ถ้าจำนวนเส้นลวดน้อยและขนาดใหญ่จะมีความทนต่อความล้า น้อยกว่าลวดสลิงที่มีจำนวนลวดมากและขนาดเล็ก ด้วยเหตูนี้ลวดสลิงจิงมีการผสมผสานระหว่างลวดขนาดเล็กและลวดขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีคุณลักษณะแตกต่างออกไปตามการใช้งาน และสามารถจำแนกออกได้เป็น 5 ประเภท

  • Single Layer เป็นชนิดโครงสร้างที่เรียบง่ายที่สุด โดยมีลวดที่พันอยู่รอกแกนกลางเพียงชั้นเดียว โดยลวดแต่ละเส้นมีขนาดเท่ากัน
  • Seale โครงสร้างนี้เป็นโครงสร้างที่ซับซ้อนขึ้น โดยมีชั้นเกลียว 2 ชั้น โดยด้านในจะเป็นเส้นลวดขนาดเล็ก และชั้นนอกจะเป็นลวดขนาดใหญ่
  • Filler wire โครงสร้างนี้จะเป็น โครงสร้างสองชั้นโดยที่ ลวดชั้นแรกและชั้นที่สองมีขนาดเท่ากัน แต่จะมีลวดขนาดเล็ก เข้ามาแทรกอยู่ระหว่างลวดชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สอง
  • Warrington โครงสร้างนี้ จะเป็นโครงสร้างสองชั้นเช่นกันแต่ ในชั้นที่สองจะมีการใช้ลวดสองขนาดที่แตกต่างกัน
  • Combined Patterns เป็นการรวม กันของลักษณะโครงสร้างแต่ละแบบเพื่อสร้างโครงสร้างของลวดให้เหมาะกับการใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น 2 ชั้นแรกของลวดจะใช้เป็นโครงสร้าง Seale และชั้นที่ 3 เป็นโครงสร้างแบบ Warrington และชั้นสุดท้ายเป็น Seale อีกทีเพื่อเพิ่มการทนต่อการเสียสี